เปิดใจสาวมทส.รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเทพฯ

เปิดใจบัณฑิตสาว มทส. ผู้โชคดี หลังสมเด็จพระเทพฯ ทรงเห็นบาดเจ็บนั่งรถเข็น ลงมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือ

บัณฑิต

ในเพจเฟชบุ๊กของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ได้มีการแชร์ภาพอันแสนประทับใจในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 โดยเป็นภาพบัณฑิตสาว 2 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขา นั่งรถเข็นอยู่ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเดินมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือเป็นการเฉพาะ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับบัณฑิตสาวทั้ง 2 คน และผู้ที่เห็นภาพนี้เป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับการเปิดเผยว่า นักบัณฑิตสาว 2 ราย ในภาพนั้น คือ นางสาวอนัสรีย์ เพชรขุ้ม อายุ 27 ปี มหาบัณฑิตปริญญาโท สาขาบริหารงานก่อสร้างและสาธารณูปโภค และนางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา อายุ 22 ปี บัณฑิตปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

นางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา หรือ น้องเตย หนึ่งในบัณฑิตสาวผู้โชคดี เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ตนต้องนั่งรถเข็นนั้น เนื่องจากว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ก่อนวันรับพระราชทานปริญญาบัตรเพียง 1 วัน ตนได้ประสบอุบัติเหตุ ตกบันไดขณะที่ซ้อมรับปริญญา ซึ่งขณะนั้นรู้สึกกังวลมาก กลัวว่ารุ่งเช้าจะไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่เมื่อถึงพิธีฯ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้แจ้งว่าตนเอง จะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นลับดับที่ 1,922 จึงรู้สึกดีใจมาก

เมื่อถึงช่วงที่พระองค์พักการพระราชทานปริญญาบัตรครึ่งแรก ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เดินมาบอกว่า สมเด็จพระเทพฯ จะทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้บัณฑิตที่นั่งรถเข็น 2 คน เป็นการเฉพาะด้วยพระองค์เอง ตอนนั้นตนรู้สึกทั้งตกใจ และตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าพระองค์จะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อตนเองได้ถึงเพียงนี้ เมื่อถึงเวลาที่พระองค์เสด็จมายืนอยู่ต่อหน้า ใจก็รู้สึกสั่น และยิ้มอยู่ตลอดเวลา จนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ขณะที่รับพระราชทานจากพระองค์ท่าน ก็ทำให้ตนเองรู้สึกปลื้มปีติยินดีมากที่สุดในชีวิต

โดยหลังจากนี้ ตนจะนำภาพนั้นไปใส่กรอบรูป เก็บไว้ที่บ้าน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจะพยายามศึกษาให้จบปริญญาโท เมื่อศึกษาจบแล้ว ก็จะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ใจเกินร้อย! “มาดามแป้ง” เร้าลูกทีมสู้สุดใจก่อนลงดวล “เวียดนาม”

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมทัพแข้งสาวไทย เผยลูกทีมกำลังใจเกินร้อยพร้อมลงสนามเจอเวียดนาม ย้ำห้ามประมาท ขอให้ทุกคนพกหัวใจนักสู้ลงสนามกับเวียดนาม

ความเคลื่อนไหวทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 15-24 สิงหาคม 2560 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยวันที่ 22 สิงหาคม 2560 เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยจะลงสนามแข่งขันเป็นนัดที่สาม พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่สนามยูไอทีเอ็ม ชาห์ อลัม

ด้าน “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวถึงความพร้อมของนักกีฬาก่อนลงสนามนัดสำคัญว่า “น้องๆชุดนี้อยู่กับแป้งด้วยกันมานานนะคะ และทราบกันดีว่าเวียดนามเป็นหนึ่งทีมที่มีความแข็งแกร่ง ผู้เล่นก็มากประสบการณ์เช่นเดียวกับเรา ที่ผ่านมาก็ชิงไหวชิงพริบขับเคี่ยวกันมาตลอด แต่ก็ช่วยกันผ่านมาได้ทุกครั้ง แต่เราก็ไม่อาจประมาทได้ หลังจากไม่ได้เจอกัน 1 ปีเต็มๆ”

“การเก็บชัยชนะมาสองนัดติดมา ทำให้วันนี้นักกีฬาฟุตบอลหญิงไทยมีกำลังใจที่ดีเยี่ยม หัวใจที่ฮึกเหิมเป็นพลังสำคัญในสนาม ทุกคนยังมุ่งมั่นเกินร้อยค่ะ ทางด้านร่างกาย ตัวหลักเราฟิตพร้อมเพราะได้พักเต็มที่จากการโรเตชั่น ซึ่งโค้ชสเปนเซอร์ได้วางแผนไว้อย่างดี การแข่งขันวันนี้สำคัญที่สุดเพราะอาจหมายถึงตำแหน่งแชมป์ที่เราคาดหวัง แป้งเชื่อว่านักกีฬาเราจะลงสนามและสู้แบบสุดใจ คาดหวังว่าทุกคนจะเล่นได้อย่างมั่นใจตามแผนการที่โค้ชวางเอาไว้”

“วันนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ทีมชาติไทย แป้งอยากขอให้คนไทยแบ่งกำลังใจส่งมาเชียร์น้องๆ ด้วยนะคะ ทุกคนพร้อมทำหน้าที่เพื่อชาติอย่างเต็มที่ ขอให้รู้ว่ามีคนไทยเชียร์อยู่ จะเป็นพลังงานชั้นดีที่ทำให้เราไปสู่เป้าหมายค่ะ”

วิธีทำความสะอาดมู่ลี่ ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง

วิธีทำความสะอาดมู่ลี่ ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง
มู่ลี่ (Venetian Blinds) เป็นอุปกรณ์บังแสงแดด และพรางสายตาจากบุคคลภายนอก ที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับผ้าม่าน แต่มูลี่จะมีลักกษณะเป็นแผ่นเกล็ดแบบซ้อนกัน ซึ่งแน่นอนว่าการดูแลทำความสะอาดย่อมแตกต่างกับผ้าม่านธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะมูลี่มักทำมาจากพลาสติก ที่ไม่สามารถถอดออกมาซักเหมือนผ้าปกติได้ ฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีทำความสะอาดมูลี่ ที่ถูกวิธี เพื่อกำจัดฝุ่นละออง และแหล่งสะสมเชื้อโรคในบ้านเราให้หมดไป
วิธีทำความสะอาดมู่ลี่
วิธีแรก “การปัดฝุ่น” เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพียงแค่ใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นชนิดอื่นๆ ค่อยๆปัดเบาๆบนแผ่นพลาสติกของมู่ลี่ โดยให้ไล่จากด้านบนลงมาบริเวณด้านล่าง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยขจัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ให้หลุดออกได้อย่างง่ายๆแล้ว แต่ทว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับมู่ลี่ที่มีฝุ่นเกาะอยู่ไม่หนามาก และไม่มีคราบสกปรกเกาะอยู่
วิธีที่สอง “การเช็ดคราบ” หากพบว่าบนพลาสติกของมู่ลี่ที่บ้านคุณ มีฝุ่นละอองเกาะเป็นแผ่นหนา รวมทั้งมีคราบสกปรกเกาะอยู่ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการทำความสะอาด คุณสามารถใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่อ่อนๆ หรืออาจใช้ทิชชูเปียก มาเช็ดเบาๆให้ทั้วมู่ลี่ จากนั้นให้นำผ้าสะอาดที่แห้ง มาซับคราบน้ำสบู่ออกจนแผ่นพลาสติกของมู่ลี่แห้งสนิท ก็จะทำให้มู่ลี่ของเราสะอาดเหมือนใหม่แล้ว

วิธีที่สาม “การถอดล้าง” สำหรับมู่ลี่ของใคร ที่อยู่ในสภาพสกปรกเกินทน วิธีการทำความสะอาดที่ง่ายที่สุดคือ การถอดมู่ลี่ออกมาล้าง โดยปลดมู่ลี่ที่ติดอยู่บริเวณหน้าต่างออกมา นำไปวางแผ่ไว้ในที่โล่งแจ้ง จากนั้นใช้สายยางฉีดพรมน้ำให้ชุ่ม และบีบน้ำยาล้างจานลงไป อาจใช้ฟองน้ำค่อยๆเช็ดถูคราบสกปรกที่ติดอยู่ออกให้หมด แล้วล้างฟองน้ำยาล่างจานจนสะอาด พึ่งแดดและลมจนแห้งสนิท จึงสามารถนำกลับไปติดบริเวณหน้าต่างได้ดังเดิม

เพียงคุณทดลองทำความสะอาดมู่ลี่ตามวิธีที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น ก็จะสามารถช่วยให้การทำความสะอาดมู่ลี่ของคุณในครั้งนี้และครั้งต่อๆไปเป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้น แถมยังช่วยลดแหล่งสะสมของเชื้อโรคและฝุ่นละอองในบ้านของคุณให้หมดไป เท่านี้คุณก็สามารถใช้เวลาอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุขแล้ว

วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม ให้สะอาดและปลอดภัย
การทำความสะอาดภาชนะอย่างถังน้ำนั้นเราควรที่จะคำนึงในเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่บริโภคหรือผู้ที่เอามาใช้ต่อเป็นหลัก เนื่องจากน้ำส่วนใหญ่ที่บรรจุอยู่ในถังนั้นเป็นน้ำที่เรานำมาดื่มกิน จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่เราจะนำถังน้ำดื่มมาทำความสะอาดด้วยสารเคมี ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ถังของเรานั้นสะอาดก็ตาม แต่ว่าสารตกค้างในถังที่เราใช้สารเคมีล้างไปนั้นก็จะทำให้มีสารเคมีบางส่วนตกค้างอยู่ในภานะนั้น
การใช้สารธรรมชาติหรือวัตถุดิบจากธรรมชาติมาล้างถังน้ำดื่มก็จะช่วยให้ถังน้ำดื่มนั้นปลอดภัยและสะอาดไม่แพ้การใช้สารเคมีล้าง และข้อสำคัญก็คือผู้ที่นำมาดื่มหรือนำมาใช้ต่อนั้นก็จะรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยเป็นอย่างมาก วันนี้เราก็มีวิธีและเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยให้ถังน้ำของเรานั้นสะอาดใสและใหม่อยู่ตลอด
วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม
1. ต้มน้ำร้อนเทลงไปในถังเล็กน้อยเพื่อให้คราบอ่อนตัวลง ไม่ควรใส่น้ำร้อนมากเกินไปจะทำให้ถังเกิดความเสียหาย
2. ใส่ทรายละเอียดประมาณ 1 ถ้วยตวง จากนั้นเขย่าให้ทรายขัดคราบที่อยู่ในถังออกให้หมด
3. จากนั้นใส่น้ำสมสายชูพร้อมกับเกลือลงไปและเขย่าเพื่อขัดผิวของถังน้ำที่เราไม่สามารถเข้ามาทำความสะอาดได้ถึง
4. จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาด จะเห็นได้ว่าถังน้ำของเราสะอาดและปราศจากเชื้อโรคอย่างแน่นอน

เพียงแค่ใช้วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม ดังที่ทางเราได้แนะนำไปถังน้ำดื่มก็จะสะอาดไร้สารเคมีตกค้าง ช่วยให้ปลอดภัยต่อสิ่งสกปรกจากสิ่งตกค้างในถังน้ำได้เป็นอย่างดี

น้ำมันคาโนลาคืออะไร ผลิตมาจากอะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง


สำหรับในปัจจุบันที่ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพกันมากขึ้น ดังนั้น ในเรื่องของอาหารการกินก็เฉกเช่นเดียวกัน เรียกว่าสมัยนี้เอาใจใส่กันตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นในการทำอาหารกันเลยทีเดียว อย่างเช่นการเลือกใช้น้ำมันมาประกอบอาหาร ซึ่งน้ำมันเพื่อสุขภาพที่ใช้กันอยู่ในบ้านเราก็มีหลากหลายประเภทให้ได้เลือกกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันมะกอก และรวมทั้งน้ำมันคาโนลา โดยเฉพาะน้ำมันคาโนลานี้เรียกได้ว่ากำลังเป็นที่นิยมในบ้านเราเลยทีเดียว
น้ำมันคาโนลาคืออะไร?
สำหรับน้ำมันคาโนลา (Canola Oil) นั้นเป็นน้ำมันนำเข้าที่ได้จากการนำเมล็ดของต้นคาโนลามาผลิตเป็นน้ำมันเพื่อสุขภาพ ซึ่งเจ้าต้นคาโนลานี้เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแคนาดา โดยมีนักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดาได้ริเริ่มนำต้นเรปซีดมาทำการดัดแปลงพันธุกรรมจนกระทั่งเกิดเป็นต้นคาโนลาดอกสีเหลืองๆ และต้นนี้สามารถปลูกเจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าหนาว เนื่องจากเป็นสภาวะอากาศที่เหมาะสมในการเพาะปลูกนั่นเอง
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าในประเทศเมืองหนาวอย่างโซนยุโรป หรือแคนาดา และจีน มักจะเพาะปลูกต้นคาโนลากันมาก จนถึงขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งตลาดรายใหญ่ของน้ำมันคาโนลาเลยทีเดียว ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมารับประทานน้ำมันคาโนลากันมากขึ้น โดยส่วนใหญ่มักใช้กับอาหารประเภทเค้ก, ขนมปัง, ช็อกโกแลต, ลูกอม หรือมาร์การีน เป็นต้น รวมทั้งอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

ประโยชน์ของน้ำมันคาโนลามีอะไรบ้าง?
– ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล รวมถึงไขมันชนิดเลวออกจากร่างกาย ไม่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้ไม่เสี่ยงต่อภาวะของการเกิดโรคหัวใจอุดตัน หรือไขมันในเส้นเลือดอุดตันนั่นเอง
– ช่วยให้ความจำดี ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ หรือภาวะสมองเสื่อมได้ดี
– ช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างมะเร็งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ภายในร่างกายของเรา เนื่องจากในตัวของมนุษย์เราทุกคนต่างมีเซลล์มะเร็งอยู่ในตัวด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่หากเราเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดีเข้าไปก็จะเป็นการกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งก่อตัวขึ้น แต่หากเราเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ก็จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง หรือไม่กลายเป็นเนื้อร้ายนั่นเองทั้งนี้ น้ำมันคาโนลานั้นยังไม่สามารถผลิตได้เองในบ้านเรา ยังคงเป็นสินค้านำเข้าซึ่งทำให้มีราคาค่อนข้างแพง แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีราคาสูงก็ตาม แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นน้ำมันที่กำลังฮอตฮิตเป็นที่นิยมอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย จึงทำให้กลายเป็นที่นิยมดังเช่นปัจจุบันนั่นเอง

โรคพิษสุนัขบ้า สาเหตุ อาการ วิธีป้องและรักษาโรคพิษสุนัขบ้า


โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ (Hydrophobia) ที่จัดว่าเป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวเราอีกโรคหนึ่ง โดยเฉพาะเหล่าบรรดาผู้ที่รักสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลาย โดยมีสุนัขและแมวเป็นพาหะนำโรคอันดับต้น ๆ ของโรคนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่ติดเชื้อแล้วมักจะเสียชีวิตทุกราย ยังไม่มียารักษา มีเพียงการฉีดวัคซีนป้องกันเท่านั้น โดยจัดเป็นโรคที่มีผู้เสียชีวิตมากถึงปีละกว่าสามหมื่นคนเลยทีเดียวสาเหตุของโรคพิษสุนัขบ้า
– โดนสัตว์ที่เป็นโรคนี้กัดหรือข่วนทำให้เชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies) เข้าสู่บาดแผลบริเวณที่ถูกกัดโดยตรง
– โดนสัตว์ที่ติดเชื้อเลียบริเวณร่างกายที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือริมฝีปาก เป็นต้น
อาการของโรคพิษสุนัขบ้า
– ในระยะแรกที่ได้รับเชื้อจะมีอาการอักเสบที่สมองและเยื่อสมอง ทำให้ภายในสองถึงสามวันแรกจะรู้สึกเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว และจะรู้สึกแสบหรือคันบริเวณแผลที่ถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลียหรือกัด
– ต่อมาจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิด อยู่ไม่สุข กระสับกระส่าย กระวนกระวาย เริ่มอาละวาด
– จากนั้นต่อมาก็จะเริ่มกลายเป็นโรคซึมเศร้า เกิดความกลัวต่างๆ เช่น กลัวเสียงดัง หรือกลัวน้ำ ไม่ชอบอยู่ในที่ที่มีแสงสว่าง
– รู้สึกกลืนอาหารลำบาก เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณที่ใช้กลืนเกิดการเกร็งตัว
– สุดท้ายจะเกิดอาการชักสลับกับสงบ และถึงขั้นหมดสติ หรือเป็นอัมพาต และเสียชีวิตในที่สุด
วิธีการรักษาและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
– ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคพิษสุนัขบ้า มีเพียงการฉีดวัคซีนป้องกันเท่านั้น และหากเกิดโรคทำได้เพียงดูแลรักษาตามอาการ
– ให้คัดแยกผู้ป่วยออกจากสิ่งเร้าต่างๆ
– ต้องให้อาหารผู้ป่วยทางสายยาง เนื่องจากรับประทานอาหารไม่ได้
– สำหรับผู้ที่ดูแลผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าต้องใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด มีผ้าปิดจมูก และใส่แว่นตา เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อจากผู้ป่วย

ทั้งนี้ หากใครที่ชอบเลี้ยงสุนัขและแมวควรนำสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมทั้งคนในบ้านควรไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไว้แต่เนิ่นๆ และหากโดนสุนัขหรือแมวจากที่อื่นเลียหรือกัดควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาและติดตามอาการต่อไป

วิธีการขจัดความเครียด อย่างง่ายและได้ผลดี

วิธีการขจัดความเครียด อย่างง่ายและได้ผลดี
ความเครียด (Stress) เป็นสิ่งที่บุคคลต่างๆสามารถที่จะพบเจอได้ และมีสาเหตุมาจากปัญหานานาประการ ซึ่งความเครียดจะอยู่กับบุคคลเหล่านั้นนานหรือสั้นแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับวิธีการรับมือของแต่ละคน แต่อย่าปล่อยมีความเครียดสะสมไว้มากจนเกินสายแก้ เพราะอาจทำให้มีปัญหาทางจิตหรือเป็นโรคเครียดได้ ที่สำคัญผลกระทบที่ตามมาจากโรคเครียดนั้นถือเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว ท่านใดที่มีปัญหาหรือกำลังเครียด วันนี้เรามีวิธีคลายเครียดแบบง่ายๆมาฝากกัน
1. ฟังเพลง
สำหรับผู้ที่กำลังเครียดขอแนะนำให้ผ่อนคลายด้วยการฟังเพลงเพราะๆ จังหวะสนุก ๆ หรือเพลงคลาสสิคแนวธรรมชาติ ซึ่งการฟังเพลงจะช่วยบำบัดความเครียดให้ท่านได้เป็นอย่างดี แต่อย่าฟังเพลงเศร้าๆเด็ดขาด เพราะมันจะเป็นการกระตุ้นให้เครียดเพิ่มขึ้นไปใหญ่

2. พูดคุยกับครอบครัว
ครอบครัวคือยาชูกำลังอันยอดเยี่ยมของคนทุกคน หากท่านกำลังเครียด มืดแปดด้าน หันไปมองไม่เจอผู้ใดที่จะให้ท่านได้ระบายความเครียดนั้นได้ ขอให้ท่านนึกถึงครอบครัวของตัวเอง กลับไปหาครอบครัวเพื่อพักผ่อนสมอง และเล่าเกี่ยวกับปัญหาที่พบเจอซึ่งกำลังทำให้ท่านเครียด การระบายความเครียดที่ท่านมีอยู่ให้พวกเขาได้รับฟัง จะทำให้ท่านสามารถรู้สึกดีขึ้นได้ และที่สำคัญคนในครอบครัวอาจจะให้คำแนะนำดีๆเกี่ยวกับวิธีขจัดปัญหาในเรื่องที่ท่านกำลังเครียดอยู่ แก่ท่านได้
3. ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ
หากกำลังเครียดกับเรื่องงาน การออกไปเที่ยวพักผ่อนถือเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการไปเที่ยวทะเลซึ่งท่านสามารถไปปลดปล่อยความเครียดด้วยการ ตะโกนริมทะเล เล่นน้ำกับเพื่อนๆ นั่งชิวริมหาด หลับตาฟังเสียงคลื่น การเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศเช่นนี้จะทำให้ท่านรู้สึกดีและสมองโปร่งพร้อมที่จะกลับไปลุยงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้การมาเที่ยวนอกสถานที่อาจทำให้ท่านได้ไอเดียใหม่ๆกลับไปต่อยอดการทำงานอีกด้วย
การทำกิจกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ซึ่งกำลังเครียดอยู่ผ่อนคลายลงได้ ลองเช็คตัวเองดูสิ หากท่านกำลังเครียดอยู่พร้อมที่จะขจัดความเครียดออกไปหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วลองทำตาม วิธีการที่เรานำเสนอไปรับรองได้เลยว่า ท่านจะรู้สึกผ่อนคลายและหายเครียดเป็นปลิดทิ้ง

6 เทคนิคเพาะเมล็ดพืชในบ้าน ยังไงก็รอดชัวร์

44

การเพาะเมล็ดพืชในบ้านนั้นบางครั้งก็ทำให้เราหงุดหงิด ผิดหวัง บางครั้งก็ทำให้ดีอกดีใจ บางคนก็เพาะไม่ขึ้นมานับร้อย ๆ ครั้งแล้ว แต่หากรู้เทคนิคต่อไปนี้ การเพาะเมล็ดพันธุ์พืชในบ้านของคุณอาจจะง่ายขึ้น

1.ต้องมีแสงแดดส่องถึง : การเพาะเมล็ดพันธุ์พืชให้เติบโตขึ้นมาสมบูรณ์ดี ต้องมีแสงแดด บางคนเอากระถางไปตั้งไว้ริมหน้าต่างแล้ว แต่ก็ยังเพาะไม่ขึ้นอยู่ดี ต้องดูทิศทางของแสงด้วย หากบานหน้าต่างของคุณอยู่ทิศใต้ ก็มีโอกาสมากที่แสงจะไม่พอ หากเมล็ดพันธุ์ ได้รับแสงไม่เพียงพอ มันก็ไม่งอก วิธีหนึ่งที่จะช่วยได้ก็คือ ใช้แสงไฟประดิษฐ์ สามารถทำเองได้ง่าย และไม่สิ้นเปลือง กรณีที่เพาะต้นไม้ไว้หลายต้น และใช้แสงไฟประดิษฐ์นี้ จะเห็นได้ชัดเลยว่า ต้นที่ได้รับแสงตรง ๆ จะโตเร็วกว่าต้นอื่น

2.ใช้ระบบให้น้ำด้วยตนเอง หรือ Self-Watering Seed Starting Systems : เป็นระบบที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเพาะเมล็ด และระบบนี้ ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีให้เลือกซื้อหลายแบบ หรืออาจจะลองทำเอง หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต และเลือกหาซื้อวัสดุจากซุปเปอร์มารเก็ต ก็ได้เช่นกัน

3.เลือกใช้ดินสำหรับการเพาะเมล็ดโดยเฉพาะ : เรามักจะคิดกันว่า เมล็ดพันธุ์พืช ก็เติบโตได้ในดิน ดังนั้น เราก็เลยเอาดินนอกบ้านมาใส่กระถางเพื่อเพาะเมล็ด แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะเมล็ดอาจจะไม่งอกออกมาเป็นต้นพืชที่สมบูรณ์ได้ ทางที่ดีควรเลือกซื้อดินสำหรับการเพาะมาใช้โดยเฉพาะ เพราะมันมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นมาได้มากกว่า
4.ให้อาหารที่เหมาะสม : เราเคยได้รับรู้กันมาว่า ไม่จำเป็นต้องบำรุงพืชในขณะที่เพาะเมล็ด และรอมันงอกออกมา เพราะในเมล็ดมีคุณค่าอาหารที่เพียงพอสำหรับการเติบโตของมันอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ เมื่อเราเริ่มเห็นใบของมัน เราต้องเริ่มให้ปุ๋ยบำรุงบ้างแล้ว

5.ลมและการระบายอากาศ : ต้นพืชจะงอกออกมาได้ต้องมีองค์ประกอบภายนอกที่เหมาะสมด้วย ต้องได้รับทั้งแสงแดด น้ำ และลม การปลูกพืชในบ้านนั้น เราต้องหลอกมันว่า มันอยู่ในธรรมชาติ บางคนปลูกไว้ในห้องใต้ดินเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้าเราจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม มีทั้งลม ทั้งการระบายอากาศ โอกาสที่จะเห็นผลสำเร็จก็สูง ลมต้องมีการหมุนเวียน อาจจะใช้พัดลมช่วยได้ แต่ไม่ควรจะเปิดแรงมากนัก เพราะพัดลมทำให้ดินแห้งได้อย่างรวดเร็ว

6.อ่านคำแนะนำในการเพาะเมล็ดให้ละเอียด : ส่วนใหญ่แล้วหน้าซองของเมล็ดพันธุ์ที่เราซื้อมา จะมีข้อมูลที่มีประโยชน์ โดยจะบอกให้ทราบในหลายอย่าง ตั้งแต่ควรจะฝังเมล็ดพันธุ์ไว้ลึกแค่ไหน นานแค่ไหนกว่าจะงอกออกมา เป็นต้น นอกจากนี้ หน้าซองบางชนิด ยังแนะนำวิธีการปลูกในอาคารไว้ให้อีกด้วย ดังนั้นข้อมูลตรงนี้ ควรอ่านให้ละเอียดอย่ารีบนำไปทิ้ง

เปิดตำรา วิธีชงชาอย่างไรให้หอมอร่อยด้วยขั้นตอนแบบง่ายๆ.

make-tea-300x200ชา เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งหลายๆ คนเชื่อว่าการดื่มชานั้นจะช่วยให้สุขภาพดี ทำให้ในปัจจุบันมีชาต่างๆ มากมายวางขายอยู่ในท้องตลาดทั้งในรูปแบบของใบชา ชาผงพร้อมชง หรือชาซองสำเร็จรูปที่ต้องนำมาแช่ในน้ำร้อนก่อน เป็นต้น ซึ่งชาที่เชื่อว่าดีที่สุดก็คือ ชาที่ทำการชงชาแบบใบชานั่นเอง ซึ่งการชงชาแบบใบชานั้นต้องมีวิธีการชงชาที่ถูกต้องเพื่อให้รสชาติของชากลมกล่อม และวิธีการชงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของชา ชาที่ได้รับความนิยมในไทย เช่น ชาอูหลงหอม ชาเขียว เป็นต้น
ชาอูหลงหอม มีหลักการในการชงอยู่ง่ายๆ ดังนี้

1. น้ำที่ใช้ในการชงชา ควรเป็นน้ำที่สะอาดหรือน้ำกรองที่ต้มจนเดือด

2. ใช้น้ำร้อนกลั้วกาน้ำชา และอุปกรณ์ในการดื่มชาก่อนใช้ทุกครั้งอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้มีอุปกรณ์เหล่านี้มีอุณหภูมิเท่ากับน้ำที่จะใช้ในการชงชา ซึ่งจะทำให้ได้ความหอมและรสชาติของชามากยิ่งขึ้น

3. ใส่ใบชาอูหลง 2-3 ช้อนชาต่อน้ำที่ใช้ในการชง150-200 มิลลิลิตร(CC) ลงในกาน้ำชาที่ว่างเปล่า

4. ในขั้นตอนที่ 4 นี้อาจจะมีข้อแตกต่างกันในวิธีการชงชาคือ

• ถ้าเป็นชาอูหลงตุ้งติ้งอูหลง, ชาอูหลงก้านอ่อน, ชาอูหลงเบอร์ 12, ชาเถกวนอิม, ชาสี่ฤดู และชาจาเป่าหลงในขั้นตอนต่อไปจะทำการเติมน้ำร้อนให้ท่วมใบชา แล้วเทน้ำร้อนออกทันที ก่อนที่จะทำการเติมน้ำร้อนให้เต็มกาอีกครั้ง แล้วแช่ไว้ประมาณ 1 นาที หรือ 5 นาทีหากต้องกาดื่มชาแบบเย็น

• ถ้าหากเป็นชาอูหลงจากกดอกหอมหมื่นลี้หรือดอกมะลิ ไม่ควรล้างใบชาก่อนเพราะชาพวกนี้มีดอกที่เล็ก อาจจะหายไประหว่างการล้างได้ เราจึงทำการเติมน้ำร้อนให้เต็มกาทันทีก่อนแช่ไว้ประมาณ 1 นาที หรือ 5 นาทีหากต้องกาดื่มชาแบบเย็น

5. รินน้ำชาออกจากกาน้ำชาให้หมด ไม่ควรแช่ทิ้งไว้ ซึ่งน้ำชาที่รินออกมาสามารถดื่มได้เลยทั้งหมด ส่วนใบชาที่ชงแล้วสามารถพักไว้ในกาได้ และยังสามารถใช้ชงได้อีก 3-4 ครั้งหรือเก็บได้ไม่เกิน 1 วันจากการชงครั้งแรก เพราะรสชาติชาจะไม่ดีเหมือนเดิมนั่นเอง

ถ้าหากว่าชามีลักษณะเป็นซองที่ต้องแช่น้ำร้อน สามารถทำการชงได้โดยมีขั้นตอน คือ ใช้ชา 1 ซอง แช่ในน้ำร้อน 80-90 องศา ประมาณ 250 มิลลิลิตร นาน 3 นาที แล้วนำถุงชาออก ส่วนถุงชานั้นสามารถนำมาแช่ซ้ำนาน 3 นาทีได้อีก 1 รอบหรืออาจจะทิ้งไปเลยก็ได้เช่นกัน

แน่ใจหรือว่าคุณใช้ “สีน้ำตาล” ในบ้านถูกหลักฮวงจุ้ย

33

ตามหลักฮวงจุ้ยนั้น สีแต่ละสี มีองค์ประกอบและให้ผลที่แตกต่างกัน แต่ละสีจะให้พลังงานในด้านบวก ในพื้นที่บ้านที่แตกต่างกัน เช่นสีแดงตัวแทนธาตุไฟ สีเขียวคือธาตุไม้ แต่มีอยู่ 2 สี ที่มีความพิเศษ แตกต่างจากสีอื่น นั่นคือสีน้ำตาล และสีเหลือง เพราะสองสีนี้ แสดงออกถึงธาตุได้มากกว่า 1 ธาตุ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสับสนได้ โดยสีเหลืองนั้นเป็นได้ทั้งธาตุดิน และธาตุไฟ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสี ซึ่งการนำมาใช้นั้น ไม่ได้สร้างความสับสนให้มากเท่าไหร่ แต่สีที่ต้องใส่ใจ คือสีน้ำตาล

สีน้ำตาลเข้มตัวแทนธาตุไม้ และมักจะนำไปใช้ในทิศตะวันออกของบ้าน เพื่อส่งเสริมเรื่องสุขภาพและครอบครัว แต่หากนำมาใช้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการเสริมความมั่งคั่ง ร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ และหากนำมาใช้บริเวณทิศใต้ จะส่งเสริมเรื่องชื่อเสียง และการยอมรับนับถือ

ส่วนสีน้ำตาลอ่อน เป็นสัญญลักษณ์ของธาตุดิน ใช้ส่งเสริมในเรื่องของความรัก ชีวิตสมรส เมื่อจัดวางทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แต่หากอยู่ในทิศเหนือ หรือกลางบ้านก็จะส่งเสริมเรื่องการพัฒนาการ การศึกษา จิตวิญญาณ สีน้ำตาลอ่อนนี้ หากวางในทิศตะวันตกจะช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก และหากอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะช่วยให้มีความหวัง สมหวัง นอกจากนี้ การใช้สีน้ำตาลเพื่อเสริมฮวงจุ้ย ยังมีข้อแนะนำดังนี้

สีน้ำตาลเข้มให้พลังในเชิงบวก สามารถจะเป็นสีน้ำตาลของช็อกโกแลต สีกาแฟ และสีมะฮอกกานี
เราสามารถใช้สีน้ำตาลได้หลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณทางเดิน ครัว หรือการแขวนของบนผนังห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน แต่การใช้สีน้ำตาลในห้องเด็ก อย่าให้เข้มมากเกินไป รวมทั้งไม่ควรใช้สีน้ำตาลที่เข้มมาก ในบริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นการจัดพื้นที่ในบ้าน หรือสำนักงาน สีน้ำตาลมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกขาดความทะเยอทะยาน หรือขาดแรงผลักดันในชีวิต ดังนั้นการตกแต่งต้องทำให้เกิดความกลมกลืน และสมดุลกับสีอื่น ๆ ด้วย
สีน้ำตาลช็อกโกแลต และสีฟ้า กำลังนิยมใช้กันมากในการตกแต่งบ้านในแนวทันสมัย โดยสีน้ำตาลนั้น ตามหลักฮวงจุ้ยเป็นสีของไม้ ส่วนสีฟ้าเป็นสีของน้ำ ซึ่งให้ทั้งความอบอุ่น และความสดชื่น เมื่อนำมาใช้ด้วยกัน
หากต้องการความร่ำรวย อย่าลืมนำของสีน้ำตาลเข้ามาตกแต่งในบ้านคุณ

ห้อยพระประจําวันเกิดอย่างไรให้ถูกโฉลก เสริมดวงชะตาและโชคลาภ

wear-amulet-01-300x201วิธีหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธที่นึกถึงได้เป็นอันดับแรกคือ การห้อยพระ ซึ่งชาวพุทธเชื่อว่าจะทำให้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครอง เสริมดวงชะตา ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ปรับร้ายกลายเป็นดี การห้อยพระให้ถูกโฉลกเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะการห้อยพระตามวันเกิด ดังนี้

ผู้ที่เกิดวันจันทร์ ควรห้อยพระที่ช่วยเสริมบารมีในเรื่องของอำนาจ เช่น พระกรุวัดราชบูรณะ จังหวัดอยุธยา , พระเชตุพน จังหวัดสุโขทัย

ผู้ที่เกิดวันอังคาร ควรห้อยพระที่ช่วยให้จิตใจเยือกเย็น มีสมาธิ เป็นพระเนื้อผงในตระกูลสมเด็จ เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง , พระสมเด็จวัดเกศไชโย

ผู้ที่เกิดวันพุธ แบ่งเป็นวันพุธตอนกลางวัน ควรห้อยพระที่ช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าเป็นพระประเภทปางลีลา เช่น พระกำแพงเพชรลีลา ส่วนผู้ที่เกิดวันพุธตอนกลางคืนควรห้อยพระเครื่องที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์มาก เช่น พระพุทธโสธร

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ควรห้อยพระที่ช่วยเสริมดวงวาสนา ให้หาพระพิมพ์ในพิมพ์ปางเปิดโลก เป็นพระแห่งปัญญา เช่น พระร่วงเปิดโลกพิมพ์เม็ดทองหลาง จังหวัดกำแพงเพชร

ผู้ที่เกิดวันศุกร์ ควรห้อยพระที่ช่วยเตือนสติไม่ให้หลงในสิ่งต่างๆ เช่น พระปิดตาของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

ผู้ที่เกิดวันเสาร์ ควรห้อยพระที่ทำจากว่านเพราะบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เช่น พระว่านจำปาศักดิ์ ประเทศลาว , พระว่านหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ควรห้อยพระที่ส่งเสริมด้านความร่มเย็น เช่น พระกริ่งคลองตะเคียน จังหวัดอยุธยา , พระรอดลำพูน

ไม่ว่าจะห้อยพระแบบใดก็ตาม ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่สำคัญอย่าลืมครองตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดี ชีวิตจะได้พบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ นะครับ